January 10, 2012

หลังจากผ่านมหาอุทกภัย 54 ตอนนี้ตลาดน้ำอโยธยาได้กลับมาเปิดตามปกติแล้วครับ ผมได้ไปเดินเล่นมาแล้วครับและร้านค้าตอนนี้ยังคงเปิดประมาณ 90%แล้วล่ะครับและส่วนการแสดงก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิมครับ ชมฟรี เข้าฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนเดิมครับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่ต้องการจะไปเที่ยวที่ตลาดน้ำอโยธยา ได้เปิดให้บริการทุกวันแบบไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่มนะครับ สามารถไปเที่ยวกันได้ทุกวัน และมีการแสดงทุกวันครับ แนะนำสำหรับท่านที่มีเวลาว่างในช่วงวันธรรมดาก็สามารถมาได้ เพราะมีที่จอดรถอยู่มาก คนไม่เยอะ เดินสะดวก ที่นั่งรับประทานอาหารก็มีมากมาย แต่ถ้ามาในวันหยุดตามเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะมากและอาจจะไม่ค่อยสะดวก แต่แม่ค้าส่วนใหญ่จะแต่งชุดไทยในวันหยุดเป็นส่วนใหญ่จะได้บรรยากาศของความเป็นไทยมากกว่าเดิมครับ ส่วนภายในก็จะมีร้านขายของมากมายครับ มีเรือขายขนมไทยทำน่ากินมากเลยครับ เมื่อเดินได้สักพักเกิดอยากเข้าห้องน้ำ ที่นั่นก็มีห้องน้ำอยู่ในท่อนซุงครับ ลักษณะเหมือนไม้มากตอนแรกผมนึกว่าเป็นไม้จริงแล้วซะอีก ห้องน้ำเสียค่าเข้าคนละ 3 บาทครับ ห้องน้ำสะอาด ดูดีมาก และยังมีน้ำตกจำลองอยู่ที่ด้านนอกตกแต่งสวยครับและโซนด้านการแสดงหอศิลป์จะตั้งอยู่ที่เกาะกลางน้ำ ถ้าอยากจะชมการแสดง เราก็ต้องหาทำเลที่ดูแล้วเห็นได้ชัดเจนครับ สำหรับตลาดน้ำอโยธยานี้ ต้องไปเดินเล่นกันเองล่ะครับ ถึงจะรู้ถึงบรรยากาศภายในนั้นครับ ขอบอกครับ น่าเที่ยวมากๆเลยครับ
January 4, 2012
เรามีทีมาแนะนำสำหรับพวกที่รักการเดินป่า เราขอแนะนำให้ขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏค่ะ แถมยังจะได้บุญอีกด้วย ก็ที่นั้นมีความเชื่อกันว่าจะได้รับบุญสูงจากการเดินทางขึ้นไปบนยอดเขา เนื่องจากที่นั้นมีให้เราสักการบูชาอยู่มากมาย เป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากอีกด้วย ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้ จะปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระบาทซึ่งมีอากาศเย็นสบายนั้น สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจนและยังจะได้ชมความงดงามที่อัศจรรย์ของหินลูกพระบาท ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผา ที่งดงามอย่างยิ่งและได้รับความสดชื่นจากบรรยากาศบนยอดเขาคิชฌกูฏอีกด้วย

นอกจากนี้ผู้ที่ชอบเรื่องหวย เขาก็จะมีให้เราดูอยู่ที่ใต้ก้อนหินนะค่ะ เขามีกระจกให้ส่องอีกด้วย เหมาะสำหรับพวกชอบเสี่ยงดวง และที่นั่น ก็ยังสามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มขึ้นยอดเขาในตอนเช้าได้อีกด้วย โดยทางวัดมีที่พัก และที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมากเลยทีเดียว เขาคิชฌกูฏเป็นที่ที่น่าเที่ยวอีกที่นึงเลยที่เดียวค่ะ
December 20, 2011

อุทยานแห่งชาติภูเรือหรือ “ภูเรือ” ที่เราจะรู้จักดีในด้านที่พักผ่อนยามฤดูหนาว ธรรมชาติที่นี่อยู่บนเทือกเขาสูงเป็นรอยต่อระหว่างภาคเหนือและอีสาน อุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปีและเป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัว หรือที่เรียกกันว่า “แม่คะนิ้ง” และเดือนที่เหมมาะแก่การท่องเที่ยวก็ คือ เดือนตุลาคม-มีนาคมของทุกปีครับ

ผมก็เป็นคนนึงที่ชื่นชอบบรรยากาศที่นั่นมาก ผมเคยไปที่นั้นมาครั้งนึงแล้ว ผมรประทับใจมาก อากาศที่นั่นเย็นมากแม้กระทั้งตอนแดดออกก็ยังเย็นอยู่ ยอดภูเรือใครที่ได้ไปต้องไปดูพระอาทิตย์ขึ้นให้ได้ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่สวยที่สุด และมีที่น่าชมอยู่หลายที่เลยครับ เช่น น้ำตกห้วยไผ่ น้ำตกห้วยเตย น้ำตกหินสามชั้น ผ่าโหล่นน้อย ผากุหลาบขาว สวนหินภาลี ยอดภูเรือ ฯลฯ และในการขึ้นไปบนยอดของภูเรือ เราสามารถขึ้นไปได้โดยการเดินและท่าไม่เดินก็จะมีรถรับจ้างให้ เที่ยวละ 10 บาท ต่อคน ข้างบนก็ยังมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้บูชาอยู่ 1 องค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่นำไปจากวัดพระญาติ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนคนที่ไปแล้วกลัวว่าจะไม่มีที่พัก ไม่ต้องห่วงครับ เขามีบริการเช่าเต้น และที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ หมอนผ้าห่มเขาก็มีให้เช่าครับเรียกได้ว่าไปตัวเปล่าก็ได้เลย และส่วนคนที่มีอุปกรณ์ไปเขาก็จะมีโซนให้พักอยู่แต่จะเสียค่าที่ด้วยครับ น่าจะประมาณเต้นละ 40 บาทครับ ส่วนคนที่จะไปเที่ยวที่นี่ผมขอแนะนำให้ไปในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ครับ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่หนาวมากๆครับ……ขอแนะนำเลยครับ
September 16, 2011
วิถีชีวิต : ภูมิปัญญาของชาวแม่น้ำน้อยนางสาว ศศินุช โล่ห์เงิน พอเสียงไก่ขัน ทุกชีวิตที่นี่ต่างตื่นมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคน ฉันเองก็ยังต้องตื่นตีห้าเพื่อไปช่วยพ่อขายมะม่วง ในเวลาเช้ามืดของทุกๆวัน พอแสงอรุณเริ่มสว่างขึ้นช่วงจังหวะชีวิต ของคนที่นี่ก็ยิ่งคึกคักไปด้วย ทั้งเสียงการยกกระชังปลาขึ้นจากแม่น้ำบางทีก็มีเสียงหว่านแห เสียงเครื่องสูบน้ำเข้านา และเสียงแม่ค้าต่างแข่งตะโกนกันร้องโฆษณาสินค้า “ผักสดๆจากสวน มีให้เลือกทุกชนิด ราคาถูกๆจ้า ” แต่พอแสงตะวันแรงขึ้นเสียงต่างๆดังกล่าวก็เริ่มหยุดลง แต่กลับมีเสียงเครื่องปั้นดินเผา เสียงการจักรสาน ซึ่งหากเดินผ่านแถวนั้นก็จะได้ยินเสียงนี้ทุกเรือน เสียงเหล่านี้นี่เองที่เป็นการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ของชาวริมแม่น้ำน้อย แม่น้ำน้อย เป็นแม่น้ำสาขาแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาท เป็นแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่าน อำเภอบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน และ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ไหลผ่านจังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ที่กล่าวถึงชุมชนริมแม่น้ำน้อยนี้อยู่ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นชุมชนริมแม่น้ำที่มีอายุกว่าร้อยปี เมื่อสมัยก่อนนั้นแม่น้ำสายนี้มีแต่กลิ่นเน่าเหม็น ของขยะและน้ำที่เน่าเสีย ภายในบริเวณแม่น้ำน้อย ทำให้วิถีชีวิตของคนริมน้ำสายน้ำขาดหายไป สีของน้ำที่ดำจนมองไม่เห็นอะไร นอกจากผักตบชวา ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีปลาหวากว่ายให้เห็น หรือจะได้ยินเสียงเด็กๆกระโดดน้ำตูมตาม แม้กระทั่งเรือขายของก็นับลำได้ ทุกสิ่งดูเลวร้ายลง ทัศนียภาพของผู้คนริมคลองเหือดหายไป แต่ที่น่าแปลกใจก็คือมันกลายเป็นเรื่องปกติของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายนี้ไปเสียแล้ว แต่เมื่อสิบปีที่แล้วชาวบ้านที่อาศัยริมแม่น้ำน้อยนี้ต่างช่วยกันพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น โดยช่วยกันเก็บขยะและผักปอดที่ลอยอยู่ในน้ำจนหมดและช่วยกันฟื้นฟูแม่น้ำน้อยให้มีสภาพที่สามารถอุปโภค บริโภคและใช้ในการประกอบอาชีพได้จนถึงปัจจุบันนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านลุ่มแม่น้ำน้อย ในช่วงตอนฟ้าสางแสงตะวันยังไม่โผล่จากฟ้า คนในชุมชนนี้ประกอบอาชีพค้าขาย ผักที่นำมาขายก็เอามาจากสวนของตนเอง ปลาก็นำมาจากปลาในกระชังที่ตนเลี้ยง หรือไม่ก็ทอดแหส่วนมากจะเป็นปลาช่อน เพราะปลาช่อนที่นี่มีปริมาณมากและรสชาติก็จะหวานมันกลมกล่อมเป็นอาหารมีชื่อของสิงห์บุรี สามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง เช่น เค้กปลาช่อน ไอศกรีมปลาช่อน และขนมเปี๊ยก้างปลาช่อน บางคนก็ไปสูบน้ำเข้านา เพราะดินที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆจึงเหมาะกับการทำนา พอเริ่มสายหน่อยหน่อยแดดแรง ชาวบ้านก็เปลี่ยนอาชีพที่ทำในร่ม ผู้ชายก็จะไปปั้นไห ผู้หญิงก็จะสานเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ตะกร้า พ้อม กระบุง ฯลฯ เป็นการหารายได้เสริมอีกทางหนึ่ง สาวสานพ้อม หนุ่มปั้นไห นางสนอง ทองยิ่ง หญิงสาววัย 25 ยึดอาชีพสารพ้อม มาเป็นเวลา10ปีแล้ว พ้อมเป็นพาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ รูปทรงคล้ายกระปุกปูน (ปูนกินกับหมาก) มีขนาดตั้งแต่เท่ากระบุงจนถึงใหญ่มากสามารถบรรจุข้าวได้ถึง 1 เกวียนก็มี ใช้บรรจุพันธุ์ข้าวปลูกที่จะใช้หว่านในฤดูต่อไป ตอนท้ายเธอบอกว่า “เธอรักและชื่นชอบในงานนี้ มากเพราะมันทำให้ชีวิตของเธออยู่อย่างพอมีพอกินไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน”
สำหรับเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นเอกลักษณ์ของเตาแม่น้ำน้อยนี้มีอยู่ด้วยกันหลายลักษณะ เช่น ไหสี่หูขนาดต่าง ๆ ไหสองหู กระปุกขวด คนโทน้ำ และรูปตัวเหรา นอกจากนี้ยังมี อ่าง ครก ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น กาน้ำ กระสุนปืนใหญ่ ท่อน้ำดินเผา ถ้วยโถ ประติมากรรมลอยตัว(ตุ๊กตา)รูปคนและสัตว์ต่าง ๆ นาย ฉลอง สุวรรณโมลี ชายหนุ่มวัย 18 ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ยึดอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผานี้มา 5 ปีแล้วเขาเป็นคนที่มีวิธีคิดที่แยบคายจนคุณจะต้องหลงรัก ใบหน้าที่แสนใจดี รอยยิ้มที่แสนจริงใจ คำพูดที่แสนอ่อนโยน ดูน่าพูดคุย เขาบอกว่า “เป็นอาชีพที่หารายได้ให้ตนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเขาก็มีส่วนช่วยอนุรักษ์อาชีพนี้ให้คงอยู่สืบไป”
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกี่ยวเนื่องกับแม่น้ำน้อยอีกมากมาย เช่น อุปกรณ์การหาปลา การต่อเรือชนิดต่าง ๆ เรือหางยาว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำ แม่น้ำน้อยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การรักษาโรคแผนโบราณ รวมทั้งเทคโนโลยี ภูมิปัญญาชาวบ้านเกี่ยวกับการทำนาและการทำสวนผักริมแม่น้ำน้อย ก็ยังมีอีกมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ทุกคนในชุมชนอยู่กันแบบพี่น้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามเดือดร้อน ทุกๆวันหากบ้านไหนทำกับข้าวเยอะก็จะเอาไปแจกหลายๆบ้าน บางบ้านทำกับข้าวเยอะเหมือนกันก็จะแลกกับข้าวกัน ทำให้แต่ละบ้านมีกับข้าวให้เลือกทานได้หลายอย่าง ในตอนเย็นวันนั้นฉันกำลังนั่งทานข้าวกับแม่อยู่ก็มีป้าข้างบ้านมาเรียก”พลอยไปเอาแกงพะเนียงเนื้อมากินป้ารู้ว่าหนูจะกลับบ้านป้าเลยทำไว้เผื่อ” ฉันจึงทานข้าวซะหลายจานอิ่มจนแทบลุกไม่ขึ้น พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนทุกคนในชุมชนนี้จะนอนกันแต่หัวค่ำละครหลังข่าวไม่ทันจบก็หลับกันหมดแล้ว เพราะต้องตื่นทำงานกันแต่เช้า ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำน้อยแห่งนี้จึงเป็นชุมชนกันที่มีแต่ความสุขและอบอุ่นเหมือนญาติพี่น้อง ชุมชนนี้ใครไม่มีเงินก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้ เพราะน้ำใจของคนที่นี่ซื้อด้วยเงินไม่ได้ต้องเอาใจแลกด้วยใจเท่านั้น
ที่มา http://talk.mthai.com/topic/316239
May 19, 2011
อ.เชียงคาน จ.เลย
ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา พิวได้มีโอกาศไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเขาบ้าง เพราะทุกทีได้แต่รีวิวสถานที่ที่ตัวเองสนใจมาตลอด จะว่าไป นี่จึงเป็นการเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ครั้งแรกกับเพื่อน ๆ เลยก็ว่าได้ค่ะ
เหตุที่เลือกเชียงคานก็เพราะบ้านเรือนที่ให้กลิ่นอายของยุคสมัยโบราณ ไม่ได้เปลี่ยนไปตามกระแสโลก ตรงจุดนี้พิวชอบมากค่ะ เหมือนตัวเองได้ย้อนอดีตไปในเมืองสมัยก่อนยังไงยังงั้นเลย

ถนน และบ้านเรือนที่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศเก่า ๆ

ยามหิวก็ขอกล้วยปิ้งหน่อย

เอาภาพ ฮาๆ มาฝาก ถ้าไม่คิดอะไรมากนะ

อันนี้ที่พักค่ะ

และสุดท้าย ภาพอากาศยอดดอยยามเช้าค่ะ
แถมท้ายในนิดหนึ่ง สำหรับการเดินทางก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขับรถส่วนตัวจาก กทม ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินเมื่อถึง จ.สระบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนนมิตรภาพ พอแยกซ้ายก็เลี้ยวเข้าอ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอ.ด่านขุนทดเข้าสู่ จ.ชัยภูมิ แยกขวาและไปตามทางหลวงหมายเลข 201 เข้าสู่เขต .เลย ที่ภูผาม่าน ผ่านภูกระดึง วังสะพุง ถึงตัวเมืองเลย สุดท้ายแยกขวาสู่อ.เชียงคานค่ะ
May 10, 2011
ที่ชื่อตลาดร่มหุบ คงมาจาก ที่ รถไฟวิ่งผ่าน แล้วต้องมา หุบร่มกันนี่แหละ
เป็นตลาดที่แปลกๆที่หนึ่งของเมืองไทยเรานี้แหละนะ
หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก เพราะตลาดแห่งนี้ แปลก กว่าตลาดอื่นๆ ที่มี
รถไฟวิ่งผ่าน ตลาด ทุกวัน พ่อค้าแม่ค้าก็จะมาคอย เก็บ ร่มกันแดด
เข้าชิดกำแพงเพื่อให้รถไป วิ่งผ่าน
ใครอยากไปเที่ยวตลาดแห่งนี้ก็แวะไปเที่ยวกันได้ที่

ตลาดร่มหุบ ตลาดรถไฟ จ.สมุทรสงคราม


ตลาดต้นไม้ คลอง15 หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คลอง15 นครนายกได้รับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโครงการอันซีนไทยแลนด์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในอดีตหมู่บ้านคลองใหญ่ และตำบลปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก การเพาะพันธุ์ต้นไม้เป็นอาชีพใกล้เคียงกับอาชีพหลัก และมีพื้นที่เหมาะสมจึงเริ่มปรับเปลี่ยนท้องทุ่งให้เป็นแปลงปลูกไม้ดอก ดอกไม้ประดับ จนขยับขยายกลายมาเป็น หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ ในปีพ.ศ. 2530
นับว่าเป็นศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ อำเภอองครักษ์ ที่เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่างๆ เป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง จุดเด่นของ หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 คือ เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับหลากชนิด เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ, บอนไซ, ไม้ถัก, ไม้ล้อม และอุปกรณ์ในการจัดสวน ตลอดสองข้างทางถนนเลียบคลอง 15 ด้วยความยาวกว่าแปดกิโลเมตร นับเป็นเส้นทางของตนรักต้นไม้ตัวจริง เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับมากมาย หลากหลายสีสันตระการตา ยิ่งคนรักไม้ดอกด้วยแล้วไม่ควรพลาดสถานที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น ตลาดไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยแห่งนี้
ในช่วงเย็นแดดร่ม อากาศสบาย ๆเราก็อยากจะหาสถานที่สูงๆเดินเล่นรับลมรับบรรยากาศที่แสนบริสุทธิ์กัน ในช่วงนี้ก็คงจะเป็นยอดละล่ะ งั้นออกเดินทางไปที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ก่อนจะเดินทางขึ้นไปชมธรรมชาติบนดอย หากหาเวลาดีดีเดินทางมากราบไหว้พระที่วัดที่เก่าแก่ที่สุดภายในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ ก็มีหลายๆวัดด้วยกันนะ นอกจากจะได้เที่ยว พบสิ่งสวยๆแล้วนั้น เราก็ต้องไม่ลืมที่จะไม่ทำลายป่าไม้ หรือ สิ่งที่เป็นธรรมชาติอื่นๆด้วย จะได้มีธรมมชาติ มีป่าไม้ สัตว์ป่า นานาชนิดให้เราได้มาเที่ยวมาเที่ยวกันแบบนี้

ในช่วงฤดูหนาวๆเดินทางมาสัมผัสเพื่อเป็นประวัติของชีวิต อากาศบนยอดดอยหนาวเย็น ยามฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม บรรยากาศดังกล่าวหาได้ยาก ในประเทศไทย ต้นไม้ในบริเวณยอดดอยแตกต่างจากที่อื่นเพราะมีสภาพเป็นป่าโบราณ ตามต้นไม้มีเฟิร์น หลายชนิดและมอสจับเขียวครึ้ม พันธุ์ไม้ดอกเช่น กุหลาบป่า คล้ายกับภูกระดึง แต่สูงใหญ่กว่ามาก จนเรียกกันว่า “กุหลาบพันปี” นอกจากนี้ ยังมี ลานข้าวตอกฤๅษี ซึ่งเป็นมอสชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่หนาแน่นมีสีเขียว สลับสีน้ำตาลอ่อนๆ มอสชนิดนี้จะขึ้นได้เฉพาะที่สูง ความชื้นมาก และอากาศหนาวเย็นเท่านั้น และเป็นที่ประดิษฐาน สถูปบรรจุอัฐิเจ้าอินทวิชยานนท์ อดีตเจ้าเมืองเชียงใหม่
สถานที่ท่องเที่ยวภูกระดึง นักท่องเที่ยวคงเคยได้ยินตำนานกล่าวขานกันว่าหากอยากพิสูจน์รักแท้ ให้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักด้วยการเดินทางพิชิตยอดภูของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และถ้าหากเขาคนนั้น สามารถร่วมเดินทางไปกับคุณจนกระทั่งถึงยอดดอย และคอยช่วยเหลือดูแลกันและกันเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ เขาก็คือรักแท้ของเราเป็นแน่แท้ นอกจากนี้ภูกระดึง จังหวัดเลยยังมีสถานที่เที่ยวอีกมาก อาทิเช่น ผาหล่มสัก ด้วยลักษณะแผ่นหินแปลกตากับโค้งกิ่งสนที่รองรับกันพอดิบพอดีเช่นนี้ นักท่องเที่ยวจึงนิยมจะใช้เป็นจุดชมวิว ดูดวงอาทิตย์ตกดินถ้าไม่มาชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ก็เหมือนไม่ได้มาเยือนภูกระดึง เดินทางเที่ยวต่อกันที่ น้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกโผนพบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างสวยงาม บรรยากาศสบาย อากาศบริสุทธิ์ นอกจากภูกระดึงจะมีน้ำตกโผนพบแล้วยังมีน้ำตกเพ็ญ และน้ำตกถ้ำสอเหนือน้ำไหลมาจากผาเป็นม่านน้ำตก บริเวณเหนือน้ำตกมีดงกุหลาบแดงซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะผลิดอกสร้างสีสรรค์ให้กับบริเวณนี้สวยงามยิ่งขึ้น ภูกระดึงคงเป็นอีกหนึ่งสถานที่คุณจะพลาดไม่ได้ค่ะ

May 7, 2011
ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน
ดินแดนสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย
ปางอุ๋ง หรือ โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่า มีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป

นี่คือความเป็นมาของ ปางอุ๋ง อย่างที่คุณเห็นในรูป มันสวยมากจริงๆๆๆ และเมื่อช้านได้ไปที่นั่น บอกได้คำเดียวว่า….ปางอุ๋ง สวยมั๊กมากกกกกกก คุ้มค่ากลับการเดินทางที่เหนื่อยสุดๆๆๆ จากกรุงเทพถึงปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน ตอนอยู่บนรถ ช้านแอบคิดในใจว่า…..ตรูจะมาทำไมวะเนี่ย วันหยุดทั้งที ทำไม???? ไม่นอนเล่นอยู่บนเตียงที่บ้านนะ แต่…..พอถึง ปางอุ๋ง……!!!!! ความเหนื่อยล้าทั้งหมด มันหาย วั๊บ!!!!!! ไป เหลือแต่…..ความสุข ที่ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม อากาศที่บริสุทธิ์ แล้วเราก็จัดการกางเต้นท์ พอตกกลางคืน กรี๊ดดดดดดดด……ไม่มีไฟฟ้าให้เราใช้คะ(แล้วคืนนี้ช้านจะนอนหลับมั๊ยเนี่ย) มีแต่ธรรมชาติและความมืดสนิด กับแสงดาว แสงตะเกียง(กรี๊ดดดดด….โรแมน สุดๆๆๆๆ) …….คืนนี้……ช้านจะหลับได้มั๊ย อยู่ที่บ้านมีแต่แสงไฟสว่างๆ แต่……ปางอุ๋งกลับทำให้ช้านหลับสนิดที่สุดเท่าที่เคยหลับมา เพราะ……….ความเงียบ เงียบมากจริงๆๆๆๆ เงียบจนช้าได้ยินเสียงจากธรรมชาติ ที่มันสบายหูมั๊กมากกกกก ไม่วุ่นวายเหมือนในกรุงเทพ ช้านหลับสนิทมาก เมื่อตื่นเช้าเดินออกจากเต้นท์ มันรู้สึกสดชื่นสุดๆๆๆๆ กับธรรมชาติ ธรรมชาติ ธรรมชาติ แล้วก็ธรรมชาติ ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพ มันทำให้ช้านลืมทุกๆที่กรุงเทพไปจนหมด แล้วคุณจะรู้สึกแบบเดียวกับช้านเมื่อคุณได้ไปที่ปางอุ๋ง !!!!!!!

สวยนะ ว่ามั๊ยคะ
อยากกลับไปที่นั่นอีกครั้งจัง
^^